เรายึดหลักและแนวทางที่ง่าย ปฎิบัติได้จริง

“ ประหยัด ปลอดภัย เชื่อถือได้ “

หมวดหมู่สินค้า

กว่า 50 ปี

ที่บริษัท เอชเอสที สตีล จำกัด

อยู่คู่ธุรกิจเครื่องเหล็กและอุปกรณ์ยกของนานาชนิด

ข่าวสารและความรู้

12
มิถุนายน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลวดสลิง

         ลวดสลิง (Wire Rope) เป็นเชือกประเภทหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยมัดของเส้นลวดโลหะ ที่บิดเป็นเกลียว ในสมัยก่อนนั้นใช้เหล็กคาร์บอนต่ำ เหล็กอ่อน (Wrought Iron) ในการผลิต ต่อมาในปัจจุบันลวดสลิงเปลี่ยนมาผลิตจากเหล็กกล้า ลวดสลิงนั้นพัฒนามาจากโซ่เหล็กซึ่งมีปัญหาเรื่องการขาดของข้อโซ่ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากมาย ในขณะที่การขาดของเส้นลวดที่ใช้ทำสายลวดสลิงนั้นมีผลน้อยกว่าเนื่องจากยังมีลวดเส้นอื่นที่สามารถรับน้ำหนักได้ แรงเสียดทานระหว่างลวดแต่ละเส้นและมัดเส้นลวดซึ่งเป็นผลมาจากการบิดเกลียว ก็ยังช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ประวัติความเป็นมาของลวดสลิง        ลวดสลิงสมัยใหม่นั้นคิดค้นโดยวิศวกรเหมืองแร่ชาวเยอรมัน Wilhelm Albert ในระหว่างปี ค.ศ.1831-1834 สำหรับใช้งานในเหมืองที่เขา Harz ในเมือง Clausthal ในแคว้น Lower Saxony ประเทศเยอรมนี หลังจาก นั้นก็ได้แพร่หลายเนื่องจากคุณสมบัติของลวดสลิงที่เหนือกว่าเชือกปอ หรือโซ่โลหะที่ใช้ก่อนหน้านั้นลวดสลิงของ Wilhelm Albert ประกอบไปด้วยเส้นลวดที่บิดเกลียวเป็น 6 มัด แล้วก็บิดในอีกทิศทางหนึ่งเพื่อความแข็งแรง แล้วยังห่อด้วยปออีกครั้งหนึ่ง        ในปี ค.ศ.1840 Robert Stirling Newall ชาวสก็อตได้พัฒนาลวดสลิงขึ้นไป โดยต่อมาลวดสลิงได้ถูกใช้ในงานระบบขนส่งกำลังทางกลต่าง ๆ รวมถึงรถกระเช้า ระบบลวดสลิงมีราคาเพียง 1 ใน 10 และมีการสูญเสียกำลังจาก แรงเสียดทานน้อยกว่าระบบเพลา ด้วยข้อดีนี้ ทำให้ระบบลวดสลิงถูกใช้ในการส่งกำลังในระยะทางไกล       ในอเมริกา John A. Roebling ได้ผลิตลวดสลิงสำหรับใช้สร้างสะพานแขวน และพัฒนาการออกแบบ วัสดุและการผลิตลวดสลิงต่อไปแกนของลวดสลิง (Wire Rope Core)       ลวดสลิงแบบที่ใช้งานทั่วไปทำจากเกลียวลวดหลายเกลียวตั้งแต่ 1 ชั้นขึ้นไปพันรอบแกน โดยแบ่งตามไส้ (แกนตรงกลาง) ได้ 3 ประเภท1) ลวดสลิงไส้เชือก (Fiber core) ไส้ตรงกลางทำจากเชือก ซึ่งอาจจะเป็นเชือกที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติหรือสังเคราะห์ ลวดสลิงไส้เชือกนั้นมีความยืดหยุ่น แต่มีข้อเสียคือขาดได้ง่าย2) ลวดสลิงไส้เกลียวลวด (Wire Strand core) ไส้ตรงกลางเป็นเกลียวลวดอีกมัดหนึ่งซึ่งใช้สำหรับรับแรงกระแทก3) ลวดสลิงไส้เกลียวลวดอิสระ (Independent Wire Rope Core - IWRC) ซึ่งมีความแข็งแรงสูงที่สุด ประเภทของลวดสลิงแบ่งตามการใช้งาน 1. Running ropes       ใช้งานแบบเคลื่อนที่ จะเป็นลวดสลิงแบบทั่วไป โดยถูกวางบิดบนลูกรอกหรือลูกกลิ้ง ลวดสลิงแบบนี้จะได้รับแรงเค้นโดยการบิดเป็นหลัก และรองการดึง 2. Stay ropes        ใช้งานอยู่กับที่ จะเป็นลวดสลิง spiral ที่ใช้รับแรงดึงและรับน้ำหนักแบบคงที่และไม่คงที่ 3. Track ropes      ใช้เป็นรางสำหรับลูกล้อของห้องโดยสารหรือน้ำหนักอื่นในรถกระเช้าหรือเครน การใช้เป็นรางนั้นแตกต่างกับการใช้งานแบบเคลื่อนที่เนื่องจากลวดสลิงใช้เป็นรางไม่ได้รับผลของความโค้งของลูกกลิ้ง 4. Wire rope slings        ใช้เป็นตัวดึงรับของต่าง ๆ ลวดสลิงแบบนี้จะรับแรงเค้นจากแรงดึงและการโค้งตัวตามมุมของสิ่งของ ความปลอดภัย       ลวดสลิงนั้นได้รับความเค้นโดยแรงที่ไม่คงที่ การสึกหรอ การกัดกร่อนและจากน้ำหนักที่เกิน อายุการใช้งานของลวดสลิงมีจำกัดและควร มีการตรวจสภาพของลวดสลิงว่ามีร่องรอยความเสียหายอันใดเพื่อจะเปลี่ยนทดแทนก่อนจะเกิดอันตราย การติดตั้งควรได้รับการออกแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกของการตรวจสภาพของลวดสลิง การติดตั้งลวดสลิงสำหรับลิฟต์โดยสารนั้นควรจะมีวิธีการเพื่อป้องกันตัว ลิฟต์นั้นหล่นลงมา บันไดเลื่อนนั้นจะมีทั้งลวดสลิงที่ใช้รับน้ำหนักและอุปกรณ์ความปลอดภัย การเข้าหัว (Terminations)      ส่วนปลายของลวดสลิงนั้นจะแยกออกกันทั้นทีและไม่สามารถที่จะใช้ต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ จึงจะต้องมีวิธีการที่จะป้องกันไม่ให้ปลายของลวดสลิงนั้นแยกออกจากนั้น วิธีการที่ใช้กันมากที่สุดนั้นทำโดยม้วนปลาย เป็นห่วง ซึ่งจะมีประสิทธิภาพตั้งแต่ 70% สำหรับห่วงแบบ Flemish eye อย่างเดียว จนถึง 90% สำหรับห่วงแบบ Flemish eye และการ splice จนถึง 100% สำหรับ potted end และ swaging   สามารถดูสินค้าลวดสลิงทำหัวของเราได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ >> ลวดสลิงทำหัวของ HST STEEL

 

1. ห่วงหัวใจ (Thimbles)        เมื่อลวดสลิงถูกม้วนเป็นห่วงปลายนั้น มีโอกาสที่ลวดสลิงอาจจะถูกบิดแน่นเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อห่วงนั้นต่อกับอปกรณ์ที่กระจาย น้ำหนักกระทำกับพื้นที่เล็กๆ ห่วงหัวใจจะถูกใส่เข้าไปในห่วงเพื่อจะรักษารูปทรงของห่วงและป้องกันสายลวดสลิงเสียหายจากแรงกดภายในห่วง การใช้ห่วงหัวใจนั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุด Best Practice ซึ่งช่วยป้องกันแรงกระทำบริษัทหน้าสัมผัสกับลวดสลิงโดยตรง   ลวดสลิงเกลียวขวา (RHOL) เข้าหัวกับห่วงหัวใจและอัดปลอก   สนใจลวดสลิงเข้าห่วงหัวใจ คลิ๊กเลย >> ลวดสลิงอัดปลอก+ห่วงหัวใจ HST STEEL     2. กริ๊ปจับลวดสลิง (Wire Rope Clips หรือ Wire Rope Clamps)        กริ๊ปจับลวดสลิง ใช้สำหรับยึดปลายของห่วงเข้ากับเส้นลวดสลิง ตัวกริ๊ปจับนั้นประกอบไปด้วยโบลต์รูปตัวยู (ยูโบลต์ U bolt), ตัวรองทำจาก เหล็กหล่อและน็อต 2 ตัว ลวดสลิงสองเส้นจะวางรัดอยู่ในตัวยูโบลต์ ตัวรองนั้นจะรองรับตัวลวดสลิงเข้ากับโบลต์ (ตัวรองมี 2 รู เพื่อร้อยใส่กับ ตัวยูโบลต์) จากนั้นน็อตจะยึดลวดสลิงเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปการเข้าหัวลวดสลิงนั้นจะใช้กริ๊ปจับ 2-3 ตัว แต่สำหรับลวดสลิงขนาด 2 นิ้ว (50.8 mm) นั้นจะต้องใช้กริ๊ปจับถึง 8 ตัว ดังสำนวนที่ว่า "be sure not to saddle a dead horse" ซึ่งหมายความว่า เวลาติดตั้งกริ๊ปจับ ตัวรองของกริ๊ปจับ นั้นจะอยู่บนลวดสลิงเส้นที่รับน้ำหนัก หรือด้านที่ใช้งาน ("live" side) ไม่ใช่อยู่บนด้านที่ไม่ได้รับน้ำหนัก ("dead" side)จาก US Navy Manual S9086-UU-STM-010, Chapter 613R3, Wire and Fiber Rope and Rigging เพื่อที่จะป้องกันด้านที่รับน้ำหนักของลวดต่อ แรงกระแทก ตัวรองถูกออกแบบเพื่อป้องกันเชือกและจะวางอยู่บนด้านที่รับน้ำหนัก" US Navy และหน่วยงานมาตรฐานต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ใช้กริ๊ปจับสำหรับการเข้าปลายแบบถาวร  

กริ๊ปจับ Wire Rope Clips/Clamps or U Bolt ใช้สำหรับเข้าหัวลวดสลิงชั่วคราว

กริ๊บจับของเรามีหลากหลายแบบให้เลือกใช้ สนใจคลิ๊กเลยค่ะ >> กริ๊บจับของ HST STEEL

3. การอัดปลอก (Swaged Terminations)        การอัดปลอกทำเพื่อจะต่อลวดสลิง 2 เส้นเข้าด้วยกันหรือต่อปลายลวดสลิงเข้ากับสิ่งอื่น เครื่องอัดไฮโดรลิคใช้เพื่ออัดและเปลี่ยนรูปของตัวปลอกเพื่อเชื่อมต่ออย่างถาวร ปลอกสำหรับอัดมีหลายแบบ อาทิเช่น สตัตเกลียว, ปลอกอลูมิเนียม, ซ็อกเกต สำหรับลวดสลิงไส้เชือกนั้นไม่แนะนำให้อัดปลอก   สนใจลวดสลิงอัดปลอก คลิ๊กเลยค่ะ >> ลวดสลิงอัดปลอก HST STEEL   4. การถักหัว (Eye Splice หรือ Flemish Eye)       การถักหัวลวดสลิง ใช้สำหรับปิดปลายของลวดสลิงเมื่อม้วนทำเป็นห่วง มัดเกลียวที่ส่วนปลายของลวดสลิงนั้นถูกคลายเกลียวออกระยะหนึ่งแล้ว ม้วนเกลียวเข้ากับลวดสลิงทำเป็นห่วง ซึ่งเรียกว่า Eye Splice

สนใจลวดสลิงถักหัว คลิ๊กเลยค่ะ >> ลวดสลิงถักหัว HST STEEL

Reference : Wikipedia, 2020. Wire Rope. [online] Available at: <https://en.wikipedia.org/wiki/Wire_rope> [Accessed 12 June 2020]
อ่านเพิ่มเติม 
13
กรกฎาคม

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโซ่

        โซ่ (Chain) สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้ยึดเกาะทั่วไป งานยึดเกาะสินค้าบนรถบรรทุก ใช้ยกของในงานเครน ใช้ล้อมพื้นที่ หรือแม้แต่ใช้ประดับตกแต่ง ซึ่งโซ่จะมีอยู่หลากหลายเกรดด้วยกัน แต่ละเกรดจะเหมาะกับงานที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมได้ครอบคลุมมากขึ้น ทาง เอชเอสที สตีล จะขออธิบายความเข้าใจทั่วไปเป็นลำดับแรก จากนั้นจะอธิบายเฉพาะชุดโซ่ยกที่ใช้ในงานเครนตามลำดับ

 

1. เกรดของโซ่

 

1.1 โซ่เกรด G30 : เป็นโซ่เกรดมาตรฐานสำหรับใช้งานทั่วไป ผลิตจากเหล็กคาร์บอนต่ำ ใช้กับงานลักษณะพ่วงต่ออุปกรณ์ ยึดอุปกรณ์ ยึดตรึงอุปกรณ์ (Tie Down) การผลิตจะระบุเกรด 3, 30 หรือ 300 ห้ามใช้กับงานเครน

สนใจสินค้า โซ่ G30 คลิ๊กเลย!! >> โซ่ G30 ของ HST STEEL

 

1.2 โซ่เกรด BBB Anchor Chain : เป็นโซ่เกรดมาตรฐาน ใช้กับงานผูกยึดเรือกับต้นเสา ผลิตจากเหล็กคาร์บอนต่ำ การผลิตจะระบุเกรด 3B ห้ามใช้กับงานเครน

สนใจสินค้า โซ่สมอ (Anchor Chain) คลิ๊กเลย!! >> โซ่สมอ ของ HST STEEL

 

1.3 โซ่เกรด G40 High Test : คุณสมบัติเชิงกลการรับโหลดระดับเดียวกันกับโซ่เกรด Gr43 แต่ขนาดของข้อโซ่จะเล็กกว่า การผลิตจะอ้างอิงมาตรฐาน ISO เป้าหมายการผลิตใช้กับงานผูกยึดเรือกับต้นเสา หลังจากนั้นได้พัฒนาเปลี่ยนเป็นเกรด Gr43 แทน ห้ามใช้กับงานเครน

สนใจสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!! >> HST STEEL Contact

 

1.4 โซ่เกรด G70 Transport : โซ่เกรดนี้ใช้สำหรับยึดตรึงสินค้าบนรถบรรทุก (Tie Down or Load Restraint) สำหรับงานขนส่ง โซ่จะถูกชุบโครเมียมสีทองช่วยให้จดจำได้ง่าย การผลิตจะระบุเกรด 7, 70 หรือ 700 ห้ามใช้กับงานเครน

สนใจสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!! >> HST STEEL Contact

 

1.5 โซ่เกรด G80 Alloy : เป็นโซ่ที่ถูกออกแบบและรับรองโดย OSHA และอีกหลายองค์กร สำหรับใช้ยกของในงานเครน  โซ่เกรดนี้ผลิตโดยใช้กระบวนการทางความร้อน (Heat-Treated Steel) โดยปรับคุณสมบัติทางเคมีและคุณสมบัติเชิงกลให้เหมาะสำหรับงานยกของในงานเครน การผลิตจะระบุเกรด 8, 80 หรือ 800 เป็นโซ่ที่เหมาะสำหรับใช้กับงานเครน

สนใจสินค้า โซ่อัลลอย G80 คลิ๊กเลย!! >> โซ่อัลลอย G80 ของ HST STEEL

 

1.6 โซ่เกรด  G100 Alloy : ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับการผลิตโซ่ที่เป็นโลหะผสม ชิ้นงานที่ได้สามารถรับภาระงานหรือรับโหลดได้สูงกว่าเกรด 80 ประมาณ 25% และทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิบรรยากาศได้ดี ซึ่งการทำงานที่อุณหภูมิต่ำยังเป็นข้อจำกัดของโซ่เกรด Gr80 การผลิตจะระบุเกรด 10, หรือ 100 เป็นโซ่ที่เหมาะสำหรับใช้กับงานเครน

สนใจสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิ๊กเลย!! >> HST STEEL Contact

 

2. ส่วนประกอบของชุดโซ่ยก โหลดชาร์ทและการตรวจสภาพ

คำอธิบายประกอบภาพ

มาสเตอร์ลิงค์ Master Link : ชุดโซ่ยกแบบขาเดียวดังภาพ ให้เลือกใช้มาสเตอร์ลิงค์เดี่ยว หากเป็นชุดโซ่ยกสองขา สามขาและสี่ขา ต้องใช้มาสเตอร์ลิงค์ 3 ห่วง หรือที่เรียกว่า มาสเตอร์ลิงค์แม่-ลูก (Master Link Assembly) โดยลิงค์แต่ละห่วง ติดตั้งโซ่ได้ไม่เกิน 2 เส้น อุปกรณ์เชื่อมต่อชิ้นล่างสุด : การเลือกอุปกรณ์ชิ้นล่างสุดของชุดยก ให้พิจารณาว่าจะใช้ชุดโซ่ยกไปใช้ยึดเกาะชิ้นงานอะไร แล้วให้เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม ตัวอย่างอุปกรณ์ที่เลือกใช้เช่น ตะขอยก (Hooks) สเก็นโอเมก้า (Bow Shackle) ลิฟท์ติ้งแคล้มป์ (Lifting Clamp) หรืออุปกรณ์ที่สร้างขึ้นตามความเหมาะสมใช้งาน เนื่องจากการผลิตอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะผลิตที่ค่ารับโหลดไม่เท่ากัน เมื่อนำมาประกอบเป็นชุดยก ให้ใช้ค่ารับโหลดของอุปกรณ์ที่มีค่าน้อยที่สุดเป็นค่ารับโหลดของชุดโซ่ยก ค่ารับโหลดของชุดโซ่ยก หมายความว่าค่ารับโหลดสูงสุดของชุดยกเมื่อเทียบกับแนวดิ่ง, ตัวอย่างเช่นมาสเตอร์ลิงค์ WLL 3.5 ตัน, แฮมเมอร์ล็อค WLL 3 ตัน, โซ่ WLL 3 ตัน และตะขอยก WLL 3.5 ตัน, การใช้งานจะสามารถรับได้ที่ WLL 3 ตัน

สนใจสินค้า ชุดโซ่ยกของ คลิ๊กเลย!! >> ชุดโซ่ยกของ HST STEEL

 

3. โหลดชาร์ทและการตรวจสภาพ

การตรวจสภาพ (Lifting Chain Inspection)

ข้อโซ่สึก โก่ง แตกร้าว รอยกัดแหว่ง : twisted, bent, gouged, nicked, crack or any visible crack รอยแตกที่ส่วนต่อข้อโซ่ ยืดตัว เสียรูปยอมรับไม่เกินร้อยละ 10 เทียบขนาดเดิม เกิดสนิมรุนแรง มีรอยเชื่อม โดนเปลวไฟ

 

Reference :

Nelson Wire Rope, 2020. The Five Grades of Chain [online] Available at: <https://www.nelsonwirerope.com/chain> [Accessed 13 July 2020]

อ่านเพิ่มเติม 
4
สิงหาคม

ประเภทอุปกรณ์ช่วยยกและความเข้าใจทั่วไป

อุปกรณ์ช่วยยกในงานเครนและรอกที่ใช้ยกของแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

อุปกรณ์แบบมาตรฐาน (Standard Lifting Equipment) อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นตามความเหมาะสมใช้งาน (Non-Standard Lifting Equipment)

 

1. อุปกรณ์ช่วยยกแบบมาตรฐาน (Standard Lifting Equipment)

        อุปกรณ์ช่วยยกแบบมาตรฐาน คือ อุปกรณ์ช่วยยกที่มีกระบวนการสร้างขึ้นตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากล ซึ่งผู้ผลิตจะเลือกใช้มาตรฐานใดที่โลกยอมรับก็ได้ ตัวอย่างอุปกรณ์ช่วยยกแบบมาตรฐาน เช่น

ลวดสลิง (Steel Wire Rope) สลิงเส้นใยสังเคราะห์ หรือ สายพานยกของ (Polyester Sling) ชุดสลิงยก (Wire Rope Slings) โซ่เหล็ก (Steel Chain) ชุดโซ่ยก (Lifting Chain Slings) ตะขอยก (Hooks) สเก็น (Shackle) แบบตัวดี และ แบบโอเมก้า D shackle, Anchor shackle มาสเตอร์ลิงค์ (Master Link) เครื่องเหล็กอื่นๆ (Rigging Hardware)

 

2. อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นตามความเหมาะสมใช้งาน

        ด้วยอุปกรณ์ช่วยยกแบบมาตรฐานอาจมีข้อจำกัด ไม่ได้เหมาะสมหรือไม่ได้สะดวกกับการใช้ยึดเกาะสำหรับทุกชิ้นงาน การทำงานด้านอุตสาหการจำเป็นต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพการใช้งานร่วมด้วย ตัวอย่างข้อจำกัดของอุปกรณ์ช่วยยกแบบมาตรฐาน

ไม่เหมาะยึดเกาะกับบางชิ้นงาน ส่งผลให้บางลักษณะงาน ขั้นตอนมากเกิดความล่าช้า เกิดการรอคอย (delay or idle time) ในกระบวนการทำงาน ใช้คนทำงานมากเกินความจำเป็น มีภาวะเสี่ยงกับผู้ยึดเกาะวัสดุที่ต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่จัดเก็บวัสดุ เหตุผลอื่นๆ ในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย ฯลฯ

ดังนั้นอุปกรณ์ช่วยยกจึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้

 

3. อุปกรณ์ช่วยยกที่ถูกต้องและพร้อมใช้งาน

        อุปกรณ์ช่วยยกที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมายและถูกต้องตามหลักปฏิบัติสากลและมีความพร้อมใช้งาน ต้องประกอบด้วย 3 เงื่อนไข

นำเข้ามาใช้ในสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์พร้อมใบรับรอง Certificate ผ่านการตรวจสภาพตามระยะเวลา (Inspection Interval) ผ่านการตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้ (Daily Inspection)

เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์มากขึ้น หลังจากนี้จะขยายความ ๒ ส่วนเพิ่มเติมคือ การตรวจสภาพตามระยะเวลา (inspection interval) และวิธีตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้ (daily inspection)

 

3.1 การตรวจสภาพอุปกรณ์ช่วยยกตามระยะเวลา (Inspection Interval)

        กฎหมายและมาตรฐานสากล ไม่พบว่าเอกสารฉบับใดระบุความถี่ในการตรวจสภาพอุปกรณ์ช่วยยกชัดเจน จึงพบแต่เพียงองค์กรเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสายวิชาการประจำองค์กร จัดทำขึ้นซึ่งข้อมูลเหล่านั้นมาจากการศึกษา เก็บข้อมูลและจัดทำเป็นเอกสาร lifting Equipment, The Code of Practice เท่านั้น โดยภาพรวมของการตรวจสภาพอุปกรณ์ช่วยยกตามระยะเวลา จึงให้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากความถี่ในการใช้งานเป็นเกณฑ์

 

ตัวอย่างเอกสารจากภาคอุตสาหกรรมในออสเตรเลีย

 

3.2 การตรวจสภาพอุปกรณ์ช่วยยกก่อนใช้งานประจำวัน (Daily Inspection)

        เพื่อต้องการให้อุปกรณ์ช่วยยกถูกตรวจสภาพด้วยตาเปล่า (Visual Check or Visual Inspection) ก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้

 

Reference :

Sangtakieng, 2020. lifting equipment operations-introduction & general knowledge[online] Available at: <http://www.sangtakieng.com/LiftingEqipmetOperation1.html> [Accessed 1 August 2020]

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม